|
 |
สร้างเงินจากอากาศ
คุณเคยรู้สึกบ้างไหมว่าหากคุณสามารถทำเงินได้มากกว่าเดิมแล้วปัญหาต่างๆของคุณจะลดน้อยลงไปหรือไม่เหลือหรอเลย? คุณเคยรู้สึกว่าเงินควบคุมคุณแทนที่คุณจะเป็นคนควบคุมเงินหรือไม่? ใช่ครับ เงินให้สิ่งต่างๆแก่คุณ แต่ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น มันให้เสรีภาพแก่คุณ มันเป็นเสรีภาพที่จะใช้จ่าย เสรีภาพที่จะมี และเสรีภาพที่จะได้เป็นโน่นเป็นนี่ คุณต้องการเงินเพื่อที่ชีวิตจะได้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สรุปแล้วก็คือ คุณต้องการเงินเพื่อที่คุณจะสามารถรับรู้ประสบการณ์แห่งเสรีภาพนั่นเอง
มันน่าตลกไหมล่ะ ที่เราต่างก็ต้องการสร้างเงินให้ปรากฏขึ้นในชีวิตของเราให้มากขึ้น (และไม่ต้องทำงานเพื่อให้ได้มันมา) แต่พวกเราจำนวนมากก็เชื่อว่า เพื่อที่จะได้เงินอย่างอุดมล้นเหลือในชีวิต เราจะต้องทำงานหนัก? กุญแจที่สำคัญก็คือ หากคุณรู้สึกว่าคุณต้องทำงานหนักเพื่อสร้างเงินแล้วละก็ คุณก็จะต้องทำงานหนัก
มันน่าตลกอีกใช่ไหม ที่เราต่างก็ต้องการสร้างเงินให้ปรากฏมากขึ้นในชีวิตของเราเพื่อที่จะได้รู้สึกดีขึ้น แต่พวกเราหลายคนเหลือเกินที่ยังคงมีความเชื่ออยู่ว่า ความรวยเป็นความเลวร้ายหรือความโลภ กุญแจที่สำคัญก็คือ หากคุณรู้สึกลบกับผู้คนที่กำลังสร้างเงินรอบๆตัวคุณแล้ว คุณก็จะขับไล่ความมั่งคั่งอุดมล้นเหลือและเงินออกไปจากคุณ คำถามจึงมีอยู่ว่า ความเชื่อหรือความรู้สึกในปัจจุบันของคุณเกี่ยวกับเงินคืออะไร? หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ คุณคิดว่าคุณ “กำลังส่งความสั่นสะเทือน” เกี่ยวกับเงินอย่างไรบ้าง? คุณกำลังเชื้อเชิญให้เงินเข้ามาในชีวิตของคุณ หรือคุณกำลังขับไล่มันให้ออกไปจากคุณ? คุณติดแหงกอยู่ในที่เดิมเรื่องเงินเป็นเวลามานานแล้วหรือเปล่า?
การสร้างเงินให้ปรากฏขึ้นมาเป็นรูปธรรมสามารถอธิบายได้ด้วยขึ้นตอนสั้นๆไม่กี่ขั้นตอน กล่าวคือ ขอ ได้รับ และปล่อยให้มันเข้ามาในชีวิต ไม่ว่า “มัน” จะเป็นอะไร เช่น รถยนต์คันใหม่ ความสัมพันธ์ สุขภาพ หรือเงิน คุณอาจเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “จงระวังสิ่งที่ขอ เพราะคุณจะได้มัน” มาแล้ว และมันก็เป็นความจริง
มันอาจจะฟังดูหมูๆง่ายๆ ขอแล้วก็จะได้อย่างงั้นใช่ไหมล่ะ? เปรี้ยงโผล่มาเลยอย่างงั้นหรือ? ใช่ แต่ต้องรู้จักวิธีการ “ยอม” ให้มันเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม
คุณกันเงินเข้ามาสู่ชีวิตของคุณหรือทำให้มันล่าช้าได้อย่างไรล่ะ? คุณทำให้มันชะลอตัวหรือขวางกั้นการไหลของมันเข้าสู่ชีวิตคุณด้วย ความคิด ความเชื่อ และความรู้สึกที่ขัดแย้งกันไปมานั่นเอง พอคุณพูดว่า “ปีนี้จะหาเงินให้ได้ 500,000 บาท แต่จริงๆแล้วฉันต้องการ (ใคร่อยาก) หาให้ได้ 1,000,000 บาทหรือมากกว่านั้น” เวลาคิดอย่างนี้ รู้หรือเปล่าว่าอะไรจะเกิดขึ้นในความเป็นจริง? หลายๆครั้งเหลือเกินที่ ความเชื่ออันจำกัดก่อตัวเป็นรูปธรรมขึ้นในชีวิตเพราะว่ามันจับจ้องอยู่กับภาพใหญ่กว่าที่คุณกำลังจ้องมองอยู่ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม จากกฎความดึงดูด สิ่งที่คุณจ้องสนใจมันจะขยายตัวใหญ่ขึ้น หากคุณมุ่งไปที่ความขาดแคลน คุณก็จะสร้างความขาดแคลนขึ้นมา หากคุณมุ่งไปที่ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ล้นเหลือ คุณก็จะสร้างมันขึ้นมา (เหตุนี้เองคุณจึงต้องมาเรียนรู้ในหลักสูตรว่า จะรู้สึกมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ล้นเหลือหรือ abundant อย่างไร) หากคุณไม่มุ่งความคิดไปที่ใดเลยคุณก็จะไม่สร้างอะไรขึ้นมา ฉะนั้นถ้าคุณต้องการสร้างอะไรก็ตามขึ้นมาในชีวิตของคุณอย่างรู้ตัวและจงใจแล้ว คุณก็จะต้องปรับจุดสนใจของคุณเสียใหม่ ให้มุ่งไปที่สิ่งที่ต้องการ ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ต้องการ
ข้างล่างนี้เป็นข้อแนะนำบางประการที่คุณจะสามารถเริ่มต้นได้ เพื่อที่คุณจะได้เริ่มดึงดูดเงินที่คุณประสงค์เข้ามาในชีวิตของคุณ เพื่อที่คุณจะได้รับประสบการณ์แห่งเสรีภาพที่คุณปรารถนา
วิธีการเพิ่มการหลั่งไหลของเงินเข้าสู่ชีวิตของคุณทำดังนี้
- ให้รู้อยู่เสมอว่ามีกฎแห่งความดึงดูดกำลังทำงานอยู่ในจักรวาลนี้ กฎนี้สรุปได้ว่า “ไม่ว่าคุณอยากจะได้อะไร มันจะถูกดึงดูดเข้ามาสู่ชีวิตของคุณ” ฉะนั้นสิ่งที่คุณกำลังส่งคลื่นสั่นสะเทือนออกไปด้วยความคิดของคุณ คำพูดของคุณ อารมรณ์และความเชื่อของคุณ คุณก็จะดึงดูดมันเข้ามาหาคุณ ถ้าจะกล่าวย้ำอีกครั้งหนึ่งก็คือ ให้มุ่งความคิดไปที่ความมั่งคั่งอุดมล้นเหลือแล้วคุณจะได้ความมั่งคั่งอุดมล้นเหลือ มุ่งไปที่ความขาดแคลนเงิน คุณก็จะสร้างความขาดแคลนเงินมากขึ้น นอกจากนั้น ให้จำไว้ว่า เริ่มต้น คุณขอสิ่งที่คุณปรารถนา คุณรับมัน แล้วคุณก็ปล่อยให้มันเข้ามาในชีวิตของคุณ
- ต้อนรับเงิน คุณเคยตัดสินใจแท้ที่จะมีเงินในชีวิตของคุณหรือไม่ล่ะ? บางทีคุณอาจตอบว่าแน่นอน แต่ถ้าสำรวจความรู้สึกนึกคิดกันจริงๆแล้ว ไม่หรอก คุณไม่ได้คิดอย่างนั้น คุณอาจไม่รู้ตัวเลยก็ได้ จำไว้ว่าเมื่อคุณต้อนรับเงินอย่างแท้จริงเท่านั้น คุณก็จะสร้างคลื่นสั่นสะเทือนไปดึงดูดเงินเข้ามาสู่ชีวิตของคุณ มันจะวิ่งเข้าหาคุณ ถ้าคุณกำลังปฏิเสธเงิน โดยคุณอาจไม่รู้ตัวเพราะมันอยู่ในจิตใต้สำนึกแล้ว ด้วยความรู้สึก ความคิด หรือความเชื่อของคุณ คุณก็จะดึงดูดมันด้วยแรงสั่นสะเทือนนี้เช่นกัน ฉะนั้นจงตัดสินใจแท้ว่า คุณต้อนรับเงิน จัดเรียงสิ่งที่คุณต้องการด้วยความรู้สึกตัวเอง อย่าปล่อยให้แรงอื่นมาจัดให้คุณ คุณเป็นผู้สร้างชีวิตของคุณเอง คุณต้องการเป็นแบบใดล่ะ?
- ส่งความสั่นสะเทือนของความรู้สึกบวกเกี่ยวกับเงินออกไปอย่างรู้ตัวและจงใจ ขณะที่คุณคิดเกี่ยวกับเงินให้คุณมุ่งไปที่สิ่งที่คุณมีอย่าไปมุ่งในสิ่งที่คุณไม่มี อันนี้แหละคือความสันโดษอย่างแท้จริง คือให้สิ่งที่คุณไม่มีเป็นแสงสะท้อนให้คุณเห็นว่าคุณต้องการจะสร้างอะไรขึ้นมา ให้คิดบวกเกี่ยวกับเงินที่คุณมี มองเห็นมันกำลังเพิ่มพูนมากขึ้น มองเห็นมันกำลังไหลเวียนเข้าออกในบัญชีธนาคารของคุณอย่างง่ายดาย มองให้เห็นว่าคุณมีพอเพียง และเห็นว่าเราทุกคนก็มีพอเพียง ถ้าเริ่มด้วยความขาดแคลน มันก็จะทำให้เราสร้างความขาดแคลนขึ้นมา มองให้เห็นว่าเงินคือแหล่งพลังงานอันวิเศษยอดเยี่ยมที่สวรรค์ส่งมาในรูปของการแลกเปลี่ยน สร้างความตื่นเต้นเกี่ยวกับการสร้างเงินและให้รู้สึกดีกับมัน ไม่มีอะไรที่มากไปกว่านี้อีกแล้ว คุณรู้สึกดีให้ได้ขณะที่คุณกำลังสร้างชีวิตของคุณ
- สังเกตรู้ว่าความเชื่อลบเกี่ยวกับเงินคืออะไรและอยู่ที่ใด มันกำลังผุดขึ้นมาตรงไหน เพราะมันมีแนวโน้มที่จะผุดขึ้นมาตลอดเวลา ใส่ใจกับอารมณ์ที่จะนำทางคุณไป หากคุณรู้สึกไม่ดี ตรวจสอบความคิดที่มากับมัน คุณอาจพบความเชื่อลบซ่อนตัวอยู่ หากคุณพบว่าตัวเองกำลังโกรธที่ใครบางคนกำลังทำเงินได้มากกว่าคุณ ก็ให้ตรวจสอบว่าความเชื่อของคุณคืออะไร หากคุณพบว่าตัวเองกำลังรู้สึกเสียใจแทนใครบางคนที่ไม่รุ่งเรืองเท่ากับคุณ แล้วทำให้คุณรู้สึกไม่ดี ก็ให้ตรวจสอบมันด้วยเช่นกัน ปลดความเชื่อลบออกจากตัวคุณให้หมดด้วยการ สังเกตสังกา เปลี่ยนกรอบความหมายใหม่ หรือเปลี่ยนจุดเพ่งมอง ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถทำให้พลังงานของคุณไหลเวียนได้อย่างเป็นบวก มองหาด้านที่เป็นบวกของสถานการณ์ให้มากที่สุดเท่าที่คุณจะสามารถหาได้ แล้วเขียนมันลงไป
- ทำให้แน่ใจว่าสิ่งที่คุณต้องการ และสิ่งที่คุณกำลังสั่งคลื่นสั่นสะเทือนออกไปเป็นตัวเดียวกัน กล่าวคือ แน่นอนว่ามันเชื่อมโยงกับความเชื่อของคุณ คนเรามีแนวโน้มที่จะเกิดทัศนคติแบบผสม ตั้งแต่ระบบความเชื่อขนาดใหญ่ในเรื่องการสร้างเงิน คุณอาจพูดว่า “ฉันต้องการหาเงินเพิ่มสัก 5,000 บาทเพื่อจ่ายค่าฝึกอบรมที่ต้องการเข้าร่วม...” แต่แล้ว คุณก็อาจพบว่าตัวเองกำลังพูดว่า “ไม่มีทางที่ฉันจะหาเงินอีก 5,000 บาทนั่นมาได้หรอก...หรือ ฉันไม่มีพอหรอก...หรือว่า โอยมันแพงเกินไป...หรือว่า ฉันไม่มีไอเดียเลยว่าจะได้เงินก้อนนั้นมาจากไหน...หรือบางทีมันอาจไม่คุ้มค่ากระมัง แล้วก็....อื่นๆอีกมากมายหลายเหตุผล ความเชื่อหรือทัศนคติเหล่านั้น ไม่ตรงกับคลื่นความปรารถนาของคุณที่ต้องการไปเข้าฝึกอบรมสัมมนาอย่างแน่นอน คุณรู้สึกถึงความแตกต่างได้ไหมในความสั่นสะเทือนของคลื่นอารมรณ์แม้กระทั่งขณะที่คุณกำลังอ่านคำเหล่านี้อยู่? คุณต้องทำให้แน่ใจว่า สิ่งที่คุณปรารถนาและสิ่งที่คุณกำลังส่งคลื่นสั่นสะเทือนออกไปเกี่ยวกับความปรารถนานั้นอยู่ในแนวเดียวกัน
- ล้างความคิดและความรู้สึกที่กระจัดกระจายเกี่ยวกับเรื่องเงิน เมื่อคุณล้างหรือกำจัดพื้นที่ใดๆในชีวิตของคุณรวมทั้งพื้นที่ทางการเงิน จะเป็นการที่คุณสร้างพื้นที่สำหรับสิ่งที่คุณต้องการให้เข้ามาในชีวิตมากขึ้น หากคุณกำลังต้องการสร้างเงินให้มากขึ้นในชีวิตของคุณแล้วละก็ เป็นสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องสร้างพื้นที่สำหรับเงินก้อนนั้น! จ่ายบิลออกไป จ่ายสิ่งที่คุณเป็นหนี้ซะ ขอเงินจากคนที่เป็นหนี้คุณคืนมา จัดระเบียบไฟล์ต่างๆ สร้างแผนสำหรับเงินก้อนนี้ของคุณ หรือจัดการรับมือกับเรื่องเชิงอารมณ์ที่เกี่ยวกับเงินซะ จำไว้ว่า คุณจะได้ตามนั้นเมื่อผลลัพธ์สุดท้ายที่ต้องการไม่มีอะไรมาขวางกั้น เมื่อคุณรู้สึกโปร่งไม่มีอะไรขวางอยู่ คุณจะรู้สึกดี (มันเหมือนกับการจัดบ้านให้สะอาดนั่นแหละ) และเมื่อคุณ “รู้สึกดี” และเริ่มจากจุดดีๆเกี่ยวกับเรื่องเงินแล้ว คุณก็จะส่งคลื่นสั่นสะเทือนอันบริสุทธิ์ในเรื่องนั้นซึ่งอยู่ในแนวคลื่นเดียวกับสิ่งที่คุณต้องการ นั่นก็คือ เงินก้อนนั้นที่มากขึ้นนั่นเอง!
- รักและซาบซึ้งคุณกับเงินของคุณ กล่าวคือ คุณอาจได้รับประสบการณ์มาขณะที่คุณนั่งลงจ่ายบิลของคุณ ซึ่งคุณรู้สึกเกลียดที่จะจ่ายมัน คุณมองเห็นเงินลดลงจากกระเป๋าหรือจากบัญชีธนาคารของคุณอีกครั้งหนึ่งและความกรุ่นนี้มันก่อตัวขึ้นในใจ มันเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องสังเกตรู้และจดจำไว้ว่าสิ่งที่คุณรักและซาบซึ้งคุณกับมันจะดึงดูดสิ่งนั้นเข้ามามากยิ่งขึ้น และสิ่งใดที่คุณไม่ซาบซึ้งคุณค่าคุณก็จะขับไล่มันออกไป หากคุณต้องการเงินมากขึ้น ก็ให้ปรับคลื่นความสั่นสะเทือนของสิ่งที่คุณต้องการเข้าหากัน และวิธีการที่ดีที่สุดที่คุณจะรู้สึกดีเกี่ยวกับบางสิ่งก็คือการซาบซึ้งคุณมันและอนุญาตให้ตัวเองรักมัน สังคมบอกเราว่าไม่ดีเท่าไหร่ที่จะหลงรักเงินของคุณ ยิ่งไปกว่านั้นมันไม่ถูกต้องเลยแม้จะพูดคุยเกี่ยวกับมัน ให้ทำลายโซ่ตรวนความเชื่อจากสังคมเกี่ยวกับเรื่องเงินนี้ให้ขาดสะบั้นไปเสีย
- รักและซาบซึ้งคุณค่าตัวเอง กล่าวคือ ที่เคยได้กล่าวไปแล้วว่าไม่มีสิ่งใดที่สำคัญมากไปกว่าการรู้สึกดี เมื่อคุณรู้สึกดีและมีความสุขและมีความใฝ่ฝันปรารถนาในสิ่งหนึ่งสิ่งใดอย่างแรงกล้า มีความสงบเย็นในใจ และมีความรู้สึกภายในที่เป็นแนวเดียวกับตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง กระบวนการก่อตัวเป็นรูปธรรมก็จะเริ่มเกิดขึ้น! ส่วนหนึ่งของการซาบซึ้งตัวเองก็คือ ซึ่งตรงกับตัวเองมากเพียงพอที่จะมองเข้าไปข้างในเพื่อหา “คำตอบ” มันเป็นการปรับคลื่นเข้าหาตัวตนภายในและความสำเหนียกเชิงปัญญาของคุณ (ที่บางคนอาจเรียกว่าลางสังหรณ์ทั้งดีและไม่ดี) มันคือการใส่ใจไปที่อารมณ์ของตัวเอง หากคุณรู้สึกเป็นลบ ก็หมายความว่าคุณไม่ได้อยู่ในแนวเดียวกับมัน หากคุณรู้สึกดี คุณก็อยู่ในแนวเดียวกับตัวตนแท้และความปรารถนาของคุณ การซาบซึ้งตัวเองยังมาจากจุดของการเลือก ความคิด ความเชื่อ และความรู้สึกของคุณ และระลึกรู้เป็นอย่างดีว่าคุณมีพลังที่จะสร้างสิ่งใดก็ตามขึ้นมาในชีวิต!
จงดึงดูดเข้ามาเรื่อยๆ
ขอให้ท่านรู้สึกได้ว่าชีวิตของท่านเปี่ยมพลังอยู่แล้ว จงใช้ชีวิตอย่าง เปี่ยมพลัง!!!
ด้วยรัก
พันโท ภูมิสิษฐ์ ชินบุตรวงศ์/อานันท์ ชินบุตร
www.anantpowerful.com
anantpowerful@yahoo.com
|
บทความ
|
|