บทความอื่นๆ:
   
     
      ประยุกต์ใช้กฎ 80/20 กับทุกสิ่ง

       Your Life Always Powerful


พัฒนาศักยภาพเจ็ดขั้นตอน

ความเจริญรุ่งเรืองส่วนตัวรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องความสมปรารถนาส่วนตัวหรือความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจมาจาก ชุดความคิดและการกระทำที่เป็นต้นแบบหนึ่งชุด การที่เราสามารถใช้ต้นแบบนั้นมาปฏิบัติได้อย่างดี ทำให้เราสามารถผลิตผลลัพธ์ที่พิสูจน์กันมาแล้วได้ การสร้างความสามารถใดๆขึ้นมา มาจากการปลุกความสามารถเชิงความคิดที่แท้จริง และนี่ก็เป็นต้นแบบหนึ่งที่จะพาคุณไปสู่ความสำเร็จ ด้วยกระบวนการเจ็ดขั้นตอน ดังนี้ครับ

  1. ความมุ่งมั่นฝันใฝ่ คนที่บรรลุความสำเร็จอย่างแท้จริงเช่น ลี ไออาคอคคา มีพลังขับภายในที่แตกต่างจากผู้อื่น อันได้แก่ ความปรารถนาซึ่งเป็นพลังงานที่เป็นเชื้อเพลิงส่งไปถึงศักยภาพอันแท้จริง แรงพลังนี้มีอยู่แท้จริงตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ 365 วันต่อปี คนที่มีความมุ่งมั่นฝันใฝ่และหลงใหลในเป้าหมายของเขาเท่านั้นที่จะมีแรงขับเต็มอัตราทะลุทะลวงอุปสรรคไปสู่ความสำเร็จ
  2. ความเชื่อ มีคำกล่าวอยู่ตลอดเวลาว่า พวกเขาทำได้ก็เพราะพวกเขาคิดว่าตนทำได้ ถ้าคุณเชื่อว่าคุณทำอะไรได้อย่างแท้จริงแล้ว มันก็จะเป็นแรงขับอีกแรงหนึ่งซึ่งทำให้คุณมุ่งหน้าหาทางไปสู่เป้าหมายของคุณจนได้ไม่ช้าก็เร็ว ข้อจำกัดมีอยู่ที่เดียวเท่านั้น คือในหัวของคุณ เมื่อคุณสร้างข้อจำกัด คุณก็จะพ่ายแพ้ตั้งแต่ในมุ้งเสียแล้ว มีคำกล่าวว่า มนุษย์คือความเชื่อของเขา ดังนั้นจงใฝ่หาวิธีการที่จะทำให้ตัวเองเชื่อตัวเองให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร
  3. กลวิธี การวางแผนระยะยาวของชีวิตคือเกมอย่างหนึ่ง เส้นทางไปสู่ความสำเร็จต้องถูกวางแผนไว้อย่างดี การมีแรงขับอย่างเดียวก็เหมือนนักมวยหมัดหนักที่ไม่มีฝีมือ จะสู้คนมีฝีมือที่หมัดหนักน้อยกว่าไม่ได้ยกเว้นเขาพลาดท่า ถ้าคุณหมัดหนักด้วยและวิธีการดีด้วย คุณก็ย่อมได้เปรียบ เพราะมันแพ้ทางกันตั้งแต่ก่อนจะชกแล้ว การหาแผนที่ดีก็คือการรู้จัก ถอดแบบ คนที่ประสบความสำเร็จแล้ว อ่านประวัติคนที่เก่งๆให้มากๆ ดูว่าเขาทำอย่างไร ถ้ามีโอกาสคุยกับเจ้าตัวได้ก็ยิ่งดี แล้วเอามาประยุกต์กับตัวเรา เพราะเราคงเอามาใช้แบบทื่อๆเหมือนกับเขาเลยก็คงเป็นไปไม่ได้แน่นอน
  4. คุณค่าที่ตนยึดถือชัดเจน คุณค่าคือบรรทัดฐานที่เราบอกตัวเราว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรที่เราจะทำ และอะไรที่เราจะไม่ทำ เมื่อเรารู้อย่างชัดเจน การมุ่งหน้าไปก็จะชัดเจนเด็ดเดี่ยว  การคิดวิธีการไปสู่เป้าหมายก็จะชัดเจน การเลือกคุณค่าที่ดี นอกจากจะทำให้ตัวเองดีแล้ว ยังทำให้สังคมดีด้วย หากคุณได้เป้าหมายที่สวนทางกับคุณค่าของสังคม เป้าหมายนั้นแม้จะได้มาก็ไร้ค่าทางจิตใจ
  5. พลังงาน แน่นอนว่าคุณคงไม่ต้องการหาเงินหรือประสบความสำเร็จอย่างสูงส่งเพียงเพื่อมาหยอดน้ำข้าวต้มกิน นั่นก็เห็นได้ชัดว่าคุณจะต้องดูแลรักษาร่างกายให้ดีในระดับหนึ่งแล้ว แต่ก่อนไปถึงเป้าหมายนั้น หากคุณไม่มีเรี่ยวแรงคุณก็จะไม่มีกะจิตกะใจที่จะทำอะไร แต่วันไหนที่ร่างกายคุณสด วันนั้นคุณจะไม่อยากหยุดนิ่งกับที่ วันนั้นคุณรู้สึกว่าโลกมันสดใสเสียเหลือเกิน คุณไปคิดดูว่าคุณจะทำอย่างไรให้สุขภาพของคุณมีความสดที่สุด เมื่อคุณพบหนทางแล้ว มันก็ขึ้นอยู่กับคุณว่า อยากจะเห็นชีวิตสดใส หรือขุ่นมัว เพราะร่างกายไม่มีแรงเต็มที่ อย่าลืมว่า จิตที่สดใสอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์ และเศรษฐกิจที่รุ่งโรจน์ก็ต้องแก้โจทย์ที่จิตใจ
  6. ความสัมพันธ์ ตราบใดที่เรายังเป็นมนุษย์เดินดิน กินไม่เหมือนนักบวช เราก็ยังคงต้องมีความพันธ์กับคนอื่นๆ มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องอยู่เป็นกลุ่ม เป็นหมู่เหล่า เราต้องการความรักและความเข้าใจ ความยกย่องจากผู้อื่น และที่สำคัญเราก็ต้องการความช่วยเหลือจากผู้อื่น การมีความสัมพันธ์ที่ดี ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจเหมือนมีแหล่งทรัพยากรขนาดใหญ่ เมื่อใดก็ตามที่ความสัมพันธ์ของเราไม่ดี เราจะรู้สึกอึดอัด หัวเสีย และขาดแคลน เราจึงต้องทำความสัมพันธ์รอบด้านของเราให้กระชับแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเป็นพลังใจของเรา
  7. การบริหารการสื่อความ การสื่อความหรือการสื่อสารที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า คอมมิวนิเคชั่นนั้น เป็นการที่เราต้องการสื่อข้อมูลให้คนอื่นเข้าใจตามความหมายที่เราต้องการจะส่งไป และที่สำคัญก็คือต้องการสื่อให้เขาทำตามที่เราต้องการอยากจะให้เป็นนั่นแหละ เพราะผู้คนคือขุมพลังของเรา แต่การสื่อความที่สำคัญที่สุดก็คือการสื่อความกับตัวเองให้เกิดการดำเนินการตามขั้นตอนเจ็ดขั้นที่กล่าวมานี้ หากเราสื่อความไม่สำเร็จกระบวนการดำเนินการตามขั้นตอนก็ไม่เกิดขึ้น

แน่นอนว่า การจะทำให้อะไรสักอย่างให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วก็คือทำตามทางลัด ทางลัดดังกล่าวนี้ไม่ใช่อย่างที่เข้าใจว่าจะสะดวกสบาย ทางลัดดังกล่าวนี้คือสูตรสำเร็จที่คนอื่นๆค้นพบและพิสูจน์กันมาแล้วว่าได้ผล หากเราลองผิดลองถูกด้วยตัวเองมันก็จะกลายเป็นทางอ้อมทำให้เกิดการล่าช้า

แต่ละขั้นตอนในที่นี้เป็นบทย่อสั้นๆเท่านั้น แต่การเข้าถึงแต่ละขั้นตอนได้อย่างมีประสิทธิผลสูงสุดนั้น คุณก็จะต้องศึกษาให้ลึกซึ้งมากขึ้นในแต่ละเรื่อง และนำไปปฏิบัติให้เห็นผลด้วยตาตัวเอง การทำไปทีละน้อยๆไม่ใช่ความไม่สำเร็จ แต่เป็นการสร้างความคุ้นเคยให้แก่สมองของเราจนเกิดเป็นรูปแบบพฤติกรรมที่แน่นอน เมื่อเราสามารถสร้างรูปแบบขึ้นมาได้อย่างมั่นคงแล้ว ก็ไม่มีวันที่เราจะสามารถดำเนินออกนอกรูปแบบนี้ได้เพราะมันเป็นความเคยชินที่ฝังลงไปอยู่ในระดับจิตใต้สำนึก แต่หากคุณต้องการเปลี่ยนมันอีก คุณก็จะต้องใช้ความพยายามด้วยการฝึกตัวเอง แล้วมันก็จะเกิดรูปแบบใหม่ หน้าที่ของคุณเพียงอย่างเดียวก็คือ การสร้างรูปแบบที่ใช้ได้ผลสำหรับตัวคุณขึ้นมาโดยเฉพาะ แต่ก่อนที่คุณจะทำเช่นนั้นได้ คุณก็ควรจะเดินตามรูปแบบที่คนอื่นเขาทำไว้เดิม เมื่อคุณเข้าใจดีแล้ว คุณก็จะเกิดความคิดสร้างสรรค์และปรับปรุงขึ้นมาเป็นแบบเฉพาะของตัวคุณเอง

 

 

ขอให้ท่านรู้สึกได้ว่าชีวิตของท่านเปี่ยมพลังอยู่แล้ว จงใช้ชีวิตอย่าง เปี่ยมพลัง!!!

ด้วยรัก
พันโท ภูมิสิษฐ์ ชินบุตรวงศ์/อานันท์ ชินบุตร
www.anantpowerful.com

anantpowerful@yahoo.com

 

บทความ

 

 
 
www.anantpowerful.com