วางแผนใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพ
ไม่ว่าเราจะเป็น ผู้นำ ผู้จัดการ โค้ช หรือบุคคลธรรมดาในสังคม เวลาคือทรัพย์สินอันมีค่าต่อการดำเนินชีวิต เวลาเป็นสิ่งที่เรามีเท่ากันแต่ไม่เท่ากัน สำหรับบางคนหนึ่งนาทีก็มีค่ามหาศาลส่วนสำหรับบางคนหนึ่งวันก็ดูไร้ค่า หากคุณคุ้นเคยกับการกำหนดเวลาในการทำงานก็ยังไม่ได้หมายความว่าคุณกำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากคุณเทียบเวลากับการหมุนของโลกคุณก็จะกำหนดได้อย่างหนึ่ง แต่หากคุณเทียบเวลากับการหมุนของใจคุณก็จะได้อีกอย่างหนึ่ง
ครั้งก่อน เราได้พูดถึงว่า บทบาทในการทำงานมีอยู่สามอย่าง ได้แก่ การเป็นผู้จัดการ โค้ช และผู้นำ แต่ไม่ว่าเราจะอยู่ตำแหน่งใดๆเราจะต้องดำเนินบทบาทให้ครบทั้งสามประการ เราจะต้องเป็นผู้จัดการงานของเราตามหน้าที่และประสานงานกับส่วนขององค์กรที่อยู่ข้างเคียงให้ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็น ด้านบน ด้านข้าง และด้านล่าง เราจะต้องดูแลงานไม่ว่าจะเป็นระบบงาน อุปกรณ์และคนที่อยู่ในความดูแลของเราให้ดำเนินไปตามการออกแบบระบบ รวมทั้งส่งเสริมสั่งสอนหาทางทำให้มันดียิ่งๆขึ้น อันเป็นบทบาทของโค้ช ในยามที่เกิดปัญหาใดๆที่นอกเหนือจากระบบที่ออกแบบอำนาจมา สิ่งที่เราจะนำมาใช้ช่วยเหลือให้ปัญหาลุล่วงไปก็คือบทบาทของความเป็นผู้นำ
แม้ในบ้านของเราเอง หรือในสังคมที่เราอยู่ เราต่างก็มีบทบาททั้งสามอยู่ในตัว บทบาทที่สังคมแต่งตั้ง เช่นเป็น พ่อ แม่ ลูก เพื่อน เพื่อนบ้าน...และอะไรอีกมากมาย เราก็ต้องทำทั้งหน้าที่ผู้จัดการ โค้ช และผู้นำ ซึ่งหากทุกคนทำเช่นนั้นอย่างดีที่สุดแล้ว ระบบและสิ่งที่อยู่นอกเหนือระบบก็จะดำเนินไปด้วยดี
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเราจะกำลังดำเนินบทบาทอะไรก็แล้วแต่ เราทุกคนจะต้องเกี่ยวพันกับเวลาด้วยกันทั้งสิ้น เวลาเป็นมิติหนึ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่คนที่ประสบความสำเร็จตระหนักดีว่า เวลาคือทรัพย์สิน เวลาคือสิ่งที่ได้มาตั้งแต่กำเนิดไม่มีใครมาแย่งมันไปจากเราได้ ยกเว้นว่าเรายอมให้มันถูกแย่งไป
ไม่ว่าเราจะเกิดบนโลก บนดวงจันทร์ บนดาวดวงใด เราต่างมีเวลาเหมือนกันทั้งสิ้นแต่ความรู้สึกในเรื่องของเวลาจะแตกต่างกันไป บางคนคงเคยเห็นภาพยนตร์สารคดีที่นักบินอวกาศเดินบนดวงจันทร์มาบ้าง ลักษณะการเดินของพวกเขาในสภาวะที่ดวงจันทร์ส่งแรงดึงดูดต่อมวลสารในตัวเขานั้นน้อยกว่าโลกหลายเท่าเมื่อเทียบกับของโลก การเคลื่อนที่ของเขาจึงเชื่องช้ากว่าที่เราเคลื่อนที่อยู่บนโลก
หากเราเป็นมนุษย์ที่เกิดบนดวงจันทร์ เราก็จะคุ้นเคยกับสภาพน้ำหนักน้อยและเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าเช่นนั้น ดังนั้นกิจกรรมของเราทุกอย่างจะอยู่ในสภาพที่ดำเนินไปช้าๆ สมองของเราจะรับรู้สภาวะที่ช้านั้นเป็นสภาวะที่ปกติ หากเรามีอายุเฉลี่ยเท่ากับที่อยู่บนโลกเราก็อาจจะรู้สึกว่าเหตุใดพวกเราจึงตายเร็วเหมือนสัตว์เลี้ยงบนโลกซึ่งไม่เกิน 10-20 ปี
เราเกิดมาบนโลกมีสภาวะแรงดึงดูดที่ต่างออกไปจากดวงจันทร์ เราคำนวณว่าวันหนึ่งมียี่สิบสี่ชั่วโมงจากการที่โลกหมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบ หนึ่งปีมีสามร้อยหกสิบห้าวันจากการที่โลกเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบ การเคลื่อนที่ของเราก็เร็วกว่าอยู่บนดวงจันทร์ สภาวะสมองของคนปกติก็จะรับรู้ความสั้นยาวของเวลาแตกต่างจากมนุษย์ที่อยู่บนดวงจันทร์
สภาวะดังกล่าว เป็นสภาวะที่พูดกันตามหลักวิทยาศาสตร์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว แม้คนเรามีเวลาหนึ่งชั่วโมงเท่ากัน การเทียบเวลาก็ไม่ได้วัดตามสภาวะทางวิทยาศาสตร์แต่กลับกายเป็นสภาวะทางจิตศาสตร์ และสภาวะจิตศาสตร์นี้เองที่มีความสำคัญต่อเวลามากกว่าสภาวะทางวิทยาศาสตร์
เราต่างก็มีประสบการณ์ที่รู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วหรือเชื่องช้า หากเรากำลังยืนรอใครบางคนที่ป้ายรถเมล์หรือในร้านอาหารด้วยใจจดจ่อ เราจะรู้สึกว่าเวลามันผ่านไปช้าเสียเหลือเกิน ยิ่งเมื่อถึงเวลาแล้วคนที่เรานัดยังไม่ปรากฏตัวให้เห็น เราจะรู้สึกกระวนกระวายและยิ่งรู้สึกกระวนกระวายมากขึ้นหากเรารู้นิสัยของคนที่เรานัดนั้นมีความไม่แน่นอนว่าจะมาหรือไม่มา และยิ่งหากเราติดต่อเขาทางโทรศัพท์มือถือไม่ได้ด้วย หัวใจเราก็อาจจะเร่าร้อนยิ่งขึ้น หากตัวเรามีนิสัยที่ใจร้อนอยู่แล้วเวลาก็จะยิ่งดำเนินไปอย่างเชื่องช้ามากขึ้นไปอีก เวลาที่เรารับรู้จึงเชื่องช้าอืดอาดเป็นสามสี่เท่า สำหรับคนที่กำลังเล่นเกมอย่างสนุกสนาน จิตใจจดจ่ออยู่กับเกมที่ตนกำลังเล่นด้วยความตื่นเต้นน่าสนใจ เขาเหลือบตามองดูเวลาแต่ละครั้งเขาจะเห็นเข็มสั้นเดินไปทีละชั่วโมงเหมือนทีละนาที เหลือบตามองนาฬิกาครั้งใดเข็มสั้นย้ายที่ไปมากมาย จนมีความรู้สึกว่าแค่เพียงอีกนิดเดียวน่าเกมก็จะจบแล้ว แต่อีกเพียงนิดเดียวนี่เองที่คนซึ่งกำลังรอเขาคนนี้รู้สึกว่ามันช้าเป็นวันๆ
จริงอยู่เรามีเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงเหมือนกันในแต่ละวัน เราก็สามารถที่จะบิดเบี้ยวเวลาให้ช้าหรือเร็วได้ เราสามารถทำช่วงเวลาที่เชื่องช้าให้ผ่านไปเร็วได้ด้วยการหลอกจิตประสาทของเรา มันเป็นกลวิธีอย่างหนึ่งที่คนประสบความสำเร็จทำโดยรู้ตัวบ้างและไม่รู้ตัวบ้าง
เอดิสัน ต้องการเวลามีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกมากมายเพื่อที่จะมีโอกาสประดิษฐ์สิ่งของออกมาให้ชาวโลกได้ใช้มากๆ เด็กวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ที่ผิดหวังเรื่องความรักต้องการหยุดเวลาของตัวเองเพราะมันรู้สึกเนิ่นนานเหลือเกินกับความผิดหวังหรือความเหงา เราที่กำลังทำงานซึ่งใช้แรงงานอยากจะให้วันๆหนึ่งหมดไปเสียทีเพื่อที่จะได้พักผ่อน ส่วนคนที่รู้สึกว่างานเป็นเกมการเล่นสนุกสนานก็ยังอยากจะอยู่ดึกๆดื่นๆต่อไปราวกับว่าไม่มีดวงอาทิตย์
เวลาของคุณจะมีค่าหรือไม่มีค่าขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังรับรู้มันอย่างไร คุณจะต้องเรียนรู้วิธีการที่จะยืดหรือหดเวลาให้สั้นหรือยาวได้ตามสถานการณ์ นั่นคือการใช้เวลาที่มีประสิทธิภาพในแง่ที่ผมกำลังจะบอกกับคุณ หากคุณรู้วิธีการยืดหดเวลาได้ คุณจะเหมือนผู้วิเศษที่ควบคุมวิถีชีวิตของคุณได้โดยไม่ขึ้นอยู่กับสภาวะใดๆ ตารางเวลาที่หลายคนกำหนดให้ตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น อาจจะไม่ใช่ตารางเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตของคุณก็ได้ เพราะมันยังไม่ได้ให้ความยืดและหดตามสภาวะที่มันควรจะเป็นเพราะมันยังวัดเวลาเทียบกับการหมุนของโลก ไม่ใช่วัดเทียบกับการหมุนของใจ ฉบับหน้าเราจะมาพูดเรื่องเวลานี้ต่อครับ
ขอให้ท่านรู้สึกได้ว่าชีวิตของท่านเปี่ยมพลังอยู่แล้ว จงใช้ชีวิตอย่าง เปี่ยมพลัง!!!
ด้วยรัก
พันโท ภูมิสิษฐ์ ชินบุตรวงศ์/อานันท์ ชินบุตร
www.anantpowerful.com
anantpowerful@yahoo.com
|