ผู้นำ โค้ช และผู้จัดการ เป็นบทบาทในองค์กร คนๆหนึ่งอาจมีบทบาทครบทั้งสามประการ ทว่าตำแหน่งหน้าที่ใดๆก็ตามในบริษัทหรือองค์กรนับตั้งแต่ภารโรงไปจนถึงคนที่ใหญ่ที่สุดในบริษัทก็คือผู้จัดการแม้ว่าเราจะไม่เรียกตำแหน่งนั้นด้วยคำว่าผู้จัดการ อำนาจหน้าที่ใดๆได้รับมอบหมายในองค์กรหรือบริษัททุกตำแหน่งต้องการการจัดการทั้งสิ้น
ภารโรงมีหน้าที่จัดการดูแลความสะอาดความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่และอาจรวมไปถึงความปลอดภัยทางทรัพย์สินของหน่วยงานด้วย ดังนั้นเขาหรือเธอจึงต้องจัดการสิ่งต่างๆในความรับผิดชอบให้ครบถ้วนและถ้าจะให้ดีที่สุดก็คือทำให้มากเกินกว่าหน้าที่ประจำ หากเขาหรือเธอคิดเพียงว่ามันเป็นตำแหน่งต่ำต้อยที่สุดในหน่วยงานแล้วถือว่า ฉันก็แค่ภารโรง งานที่ตนรับผิดชอบก็จะไม่เรียบร้อยสมบูรณ์ หากคนที่มีตำแหน่งสูงกว่ามอง คิด และแสดงออกมาในลักษณะหนึ่งลักษณะใดแม้เพียงเล็กน้อยว่า เขาหรือเธอเป็น “แค่” ภารโรง ภารโรงหรือพนักงานดูแลความเรียบร้อยของสถานที่คนนั้นก็จะรู้สึกเป็น “แค่” ภารโรงตามลักษณะความรู้สึกแบบเดิมๆคือ ทำตามสั่ง รับผิดชอบน้อย ต้อยต่ำ
ผู้ช่วยผู้จัดการ ก็คือผู้จัดการคนหนึ่ง เพราะเขาหรือเธอต้องจัดการงานในความรับผิดชอบของตนและผู้ที่ต้องดำเนินการตามที่เขาหรือเธอมอบหมายให้ หากเขาหรือเธอคิดว่าตนเองเป็น เพียงแค่ “ผู้ช่วย” เขาหรือเธอก็จะมีความรู้สึกเป็นเพียง ผู้ที่ยังไม่ต้องรับผิดชอบเต็มที่ หากคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าเขาหรือเธอคิด รู้สึก และประพฤติว่า เขาหรือเธอเป็น “แค่” ผู้ช่วย ก็ไม่อาจคาดหวังได้ว่า เขาหรือเธอจะทำหน้าที่แทนตนได้ในขณะที่ตนจะต้องไปทำงานอื่นๆ
ถ้าทุกคนในองค์กรหรือบริษัทมองคนอื่นๆที่เดินสวนกันว่าแต่ละคนคือผู้จัดการ ความรู้สึกที่ดีก็จะเกิดขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ และแต่ละคนก็จะเกิดความคาดหวังที่ดีต่อผู้อื่นและต่อตัวเอง ระบบพื้นฐานของหน่วยงานก็จะดำเนินไปได้ด้วยความสมบูรณ์เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะแต่ละคนสำเหนียกว่า เขาหรือเธอมีหน้าที่จัดการงานของตนให้สำเร็จเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งยังมีหน้าที่ที่จะต้องประสานงานอย่างราบรื่นกับคนที่อยู่ในตำแหน่งข้างบน ข้างๆ และข้างล่าง ทำให้ฟันเฟืองขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ ดำเนินไปได้อย่างไม่ติดขัดและคล่องแคล่วตามที่ออกแบบมา
นึกถึงภาพของเครื่องยนต์ที่ประกอบด้วยจักรเฟืองทั้งหลายที่กำลังหมุนกำลังใส่แรงขับของตนๆอย่างคล่องแคล่วไม่มีเสียงเอี๊ยดอ๊าด ไม่มีความคดงอ อันใดตรงก็ตรง อันใดโค้งก็โค้ง อันใดกลมก็กลมตามลักษณะที่ออกแบบมา ไม่มีการขัดกัน แต่ละส่วนทำหน้าที่ของตนได้อย่างครบถ้วน มีการประสานระหว่างฟันเฟือง ส่วนที่ต่อกันก็แนบสนิทเนียนดี นั่นคือลักษณะที่ทุกคนทำหน้าที่ของความเป็นผู้จัดการได้อย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ มันเป็นแบบของโครงสร้างที่องค์กรหรือบริษัทของคุณได้ถูกออกแบบเอาไว้ ตัวคุณเองถูกนำมาสวมในตำแหน่งที่สถาปนิกได้ออกแบบโครงสร้างเอาไว้นั่นเอง ถ้าแต่ละชิ้นส่วนทำงานได้ไม่บกพร่องไม่คดงอเสียรูป โครงสร้างนั้นก็ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ เพราะผู้จัดการทุกตำแหน่งทำหน้าที่ของตนเองและประสานสอดคล้องกับผู้จัดการอื่นๆได้เป็นอย่างดี
เมื่อฟันเฟืองและชิ้นส่วนต่างๆเคลื่อนที่ไปทุกวัน มันจะต้องได้รับการตรวจสอบตรวจเช็ค หมั่นปรนนิบัติบำรุงเป็นประจำ ถ้าเป็นรถยนต์ก็เป็นหน้าที่ของผู้ขับขี่ที่จะต้องดูแลรถยนต์เป็นประจำทุกวัน เมื่อถึงวาระก็จะต้องส่งเข้าศูนย์เพื่อให้รถยนต์ได้รับการปรนนิบัติบำรุงตามห้วงเวลา ชิ้นส่วนบางชิ้นอาจถูกเปลี่ยนใหม่ บางส่วนก็ได้รับการตรวจเช็คเพื่อให้ยังคงทำหน้าที่ของมันได้ตามที่คาดหวังไว้ตามการออกแบบ
หน้าที่ของผู้ที่ปรนนิบัติบำรุงและตรวจเช็คแก้ไขการทำงานเหล่านี้คือ หน้าที่ของ โค้ช โค้ชมีหน้าที่ทำให้แน่ใจว่าทุกอย่างดำเนินไปตามการออกแบบ โค้ชมีหน้าที่ทำให้ส่วนต่างๆดำเนินไปตามระบบพื้นฐานที่ได้วางไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โค้ชมีหน้าที่คอยเตือน คอยเปลี่ยน คอยปลอบ คอยให้กำลังใจ คอยฝึกฝนผู้อื่นและตนเองเพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องกลไกในส่วนที่ตนรับผิดชอบดำเนินไปตามพื้นฐานที่ถูกออกแบบไว้ไม่ให้เกิดความเหนื่อยล้าอ่อนแอและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ นอกจากที่แต่ละคนจะทำหน้าที่ผู้จัดการแล้ว หากทุกคนทำหน้าที่โค้ชในส่วนที่ตนสามารถทำได้ ก็เป็นการรับประกันได้ว่า ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นในโครงสร้างของระบบจะทำให้ระบบทั้งระบบดำเนินไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ
เพื่อให้งานขององค์กรหรือบริษัทเกิดประสิทธิผลนอกเหนือจากประสิทธิภาพ เพื่อให้เครื่องยนต์เครื่องจักรถูกนำไปใช้ได้เหมาะสมเต็มศักยภาพของมันในรูปแบบต่างๆ สิ่งนั้นต้องการคุณลักษณะผู้นำ ผู้นำก็เป็นคุณสมบัติที่เกิดขึ้นได้ทุกตำแหน่ง ผู้นำเป็นเพียงคุณลักษณะในตัวบุคคล ผู้นำคือผู้ที่ต้องรู้จักใช้อำนาจหน้าที่ที่ตนมีอยู่ทำให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดในหลากหลายรูปแบบ ผู้นำก็คือผู้ที่เป็นตัวอย่างให้คนอื่นๆทำตามในเรื่องหนึ่งๆหรือสภาวะหนึ่งๆ ผู้นำไม่ใช่เรื่องของอำนาจหน้าที่ แต่เป็นเรื่องของการนำโดยเฉพาะ คุณลักษณะผู้นำก่อให้เกิดการรวมใจ ก่อให้เกิดแรงความสามัคคี ก่อให้เกิดความริเริ่ม ก่อให้เกิดการแก้ปัญหาที่นอกเหนือจากหน้าที่ ผู้นำคือผู้เข้ามาแก้ปัญหาหรือนำทิศทางในสภาวะที่ระบบปกติไม่สามารถดำเนินไปได้
ภาวะผู้นำคือความรู้สึกที่ผู้ตามมอบให้ หากปัญหาใดไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยหน้าที่พื้นฐาน หากปัญหาใดต้องการประสิทธิผลมากขึ้น ภาวะผู้นำจะเป็นตัวแก้ปัญหา หากองค์กรหรือบริษัทรู้จักฝึกผู้ที่มีตำแหน่งระดับเดียวกันให้ผลัดกันเป็นผู้นำในกิจกรรมแต่ละประเภท ก็เท่ากับว่าองค์กรหรือบริษัทนั้นได้เตรียมการสู่ความรุ่งเรืองที่เกินกว่าระดับความสามารถที่ถูกออกแบบมาตามโครงสร้าง
ผู้จัดการใหญ่หรือผู้จัดการในระดับบนๆขององค์กร หากปราศจากคุณลักษณะของผู้นำ ก็จะทำให้โครงสร้างทั้งระบบดำเนินไปได้เพียงสูงสุดแค่ระดับของผู้จัดการตามหน้าที่ซึ่งไม่มีทางที่จะทะลุมิติขึ้นไปมากกว่านั้น แต่ที่แย่กว่านั้นก็คือเขาไม่สามารถจัดการให้โครงสร้างดำเนินได้อย่างเต็มระบบตามอำนาจหน้าที่ด้วยซ้ำไป หลายคนไม่สำเหนียกว่าตนคือผู้วางยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน คิดเพียงว่าเมื่อได้รับอำนาจระดับสูงแล้วฉันคือผู้นำแล้วก็กระหยิ่มอยู่ในใจ เขาไม่รู้หรอกว่าเขากำลังจะพาโครงสร้างไปสู่ความปรักหักพัง เพราะเขาลืมนึกไปว่าจะต้องทำหน้าที่ทั้ง ผู้จัดการ โค้ช และผู้นำควบคู่กันไปตลอดเวลา
เศรษฐกิจขององค์กรหรือบริษัทจะก้าวหน้าไปได้ ก็ด้วยการที่คุณ คุณ และคุณที่อยู่ในหน่วยงานนั้นๆ ช่วยกันสร้างและส่งเสริมการเป็น ผู้นำ โค้ช และผู้จัดการ ให้มีอยู่ในตัวของบุคคลทุกคนในหน่วยงาน เมื่อคุณ คุณ และคุณมีสิ่งเหล่านี้ครบถ้วน คุณ คุณ และคุณก็จะมีความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน หากคุณเป็นผู้นำก็จงเป็นผู้นำที่มีคุณค่า หากคุณเป็นผู้บังคับบัญชาก็ให้เป็นผู้บังคับบัญชาที่มีคุณธรรม
ขอให้ท่านรู้สึกได้ว่าชีวิตของท่านเปี่ยมพลังอยู่แล้ว จงใช้ชีวิตอย่าง เปี่ยมพลัง!!!
ด้วยรัก
พันโท ภูมิสิษฐ์ ชินบุตรวงศ์/อานันท์ ชินบุตร
www.anantpowerful.com
anantpowerful@yahoo.com