บทความอื่นๆ:
   
     
      ประยุกต์ใช้กฎ 80/20 กับทุกสิ่ง

       Your Life Always Powerful


 
 วันนี้ผมมีเรื่องเล่าเรื่องซึ่งจำมาจากที่หนึ่งแต่ไม่ทราบผู้แต่ง
 ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับนำมาเป็นข้อคิดในชีวิตประจำวันของเราทุกคนได้
 ลองอ่านดูนะครับ

 มีชายสองคนต่างก็ป่วยหนักทั้งคู่ นอนอยู่ในห้องผู้ป่วยรวมห้องเดียวกัน แต่มีม่านกั้นระหว่างกัน  
  ชายคนหนึ่งได้รับอนุญาตจากหมอให้ลุกขึ้นนั่งได้วันละหนึ่งชั่วโมงในตอนบ่าย
 เพื่อให้ของเหลวจากปอดระบายออกได้สะดวก เตียงของเขาอยู่ชิดหน้าต่างซึ่งมีอยู่เพียงบานเดียวในห้องนั้น  ส่วนชายอีกคนหนึ่งต้องนอนราบอยู่บนเตียงไม่สามารถลุกขึ้นนั่งได้
 ชายทั้งสองต่างคุยกันเป็นชั่วโมงๆ เกี่ยวกับครอบครัว ภรรยา บ้าน การงาน การเคยรับใช้ชาติด้วยการเป็นทหาร
 การท่องเที่ยว และเรื่องอื่นๆอีกจิปาถะ และทุกครั้งที่ชายซึ่งนอนอยู่ติดหน้าต่างลุกขึ้นนั่งในตอนบ่าย  
 เขาก็จะบรรยายสิ่งต่างๆที่เขามองเห็นผ่านกระจกให้กับชายอีกคนหนึ่งฟังโดยละเอียด

 ชายที่เตียงอยู่ห่างจากหน้าต่างรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งเมื่อได้รับทราบเรื่องราวของโลกภายนอก
 ที่มองเห็นโดยผ่านการบอกเล่าของเพื่อนร่วมห้องในโรงพยาบาล
 ข้างนอกหน้าต่างนั้น จะแลเห็นสวนดอกไม้ที่้สวยงามอยู่ติดกับบ่อน้ำผืนใหญ่
 ห่านและหงส์ต่างก็แหวกว่ายเล่นน้ำตามกันเป็นฝูงๆ
 ขณะที่เด็กๆต่างพากันเล่นเรือเล็กที่บังคับด้วยเครื่องบังคับขนาดเล็ก
 คู่รักหนุ่มสาวเดินควงแขนไปตามทางเดินที่คดเคี้ยวลัดเลาะสวนดอกไม้
 ต้นไม้สูงใหญ่ใบเขียวเรียงรายดูเป็นระเบียบงามตา หญ้าเรียบเขียวชอุ่ม
 มองเห็นตึกระฟ้าอยู่ไกลๆ รวมทั้งรถไฟยกระดับที่แล่นวนเวียนผ่านตัวเมืองแลดูมีชีวิตชีวา

 ระหว่างที่ชายซึ่งอยู่ติดหน้าต่างพรรณนาสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นนอกหน้าต่างนั้น
 ชายอีกคนหนึ่งก็จะหลับตาจินตนาการภาพที่เกิดขึ้น  
 บ่ายที่อากาศสดใสวันหนึ่งชายที่อยู่ริมหน้าต่างได้บรรยายขบวนพาเหรดที่เดินผ่านไป
 แม้ว่าชายอีกคนหนึ่งจะไม่ได้ยินเสียงดนตรีและมองไม่เห็นขบวนพาเหรดนั้น
 เขาก็สามารถหลับตานึกภาพและได้ยินเสียงอย่างชัดเจนภายในความคิดของตน
  ทำให้รู้สึกเบิกบานตามไปด้วย

 หลายสัปดาห์ผ่านไป เช้าวันหนึ่งนางพยาบาลเดินเข้ามาพร้อมด้วยเครื่องทำความสะอาดร่างกาย
 ที่ทำเป็นประจำ
 เธอพบร่างที่ไร้วิญญาณของชายที่อยู่ริมหน้าต่างนอนสิ้นลมหายใจด้วยความสงบ  
 เธอรู้สึกเศร้าใจและก็ได้เรียกบุรุษพยาบาลมานำร่างของชายผู้นั้นออกไป เมื่อเวลาผ่านไปโดยเหมาะสม
 ชายที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ขออนุญาตเลื่อนไปนอนที่ริมหน้าต่าง นางพยาบาลก็จัดการย้ายเตียงให้ด้วยความยินดี
 หลังจากที่จัดเตรียมสิ่งต่างๆให้อย่างเรียบร้อยแล้ว เธอก็ออกจากห้องไปให้เขาพักผ่อนตามลำพัง

 ชายคนนั้นค่อยๆยันกายด้วยข้อศอกของตัวเองขึ้นอย่างเชื่องช้าเพื่อที่จะได้มองออกไปเห็นโลกภายนอก
  ด้วยสายตาของตนเองเป็นครั้งแรก เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้หน้าต่างด้วยความลำบากยากเย็น
 ในที่สุดเขาก็พร้อมที่จะให้เห็นความเบิกบานภายนอกนั้นแล้ว
 เขาค่อยๆชะเง้อมองอย่างช้าๆออกไปนอกหน้าต่างบานนั้น มันไม่มีอะไรนอกจากกำแพงว่างเปล่า
 เขาถามพยาบาลในภายหลังว่าอะไรเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ชายคนนั้นเล่าเรื่องราว
 เสียอย่างสวยหรูเป็นตุเป็นตะเช่นนั้น นางพยาบาลตอบว่า ชายที่เพิ่งตายไปเป็นคนตาบอด
 มองไม่เห็นแม้กระทั่งกำแพง เธอพูดว่า “บางที เขาอาจต้องการให้กำลังใจคุณกระมังคะ”

 เรื่องนี้สอนเราว่า
 ความสุขอย่างเปี่ยมล้นได้จากการทำให้ผู้อื่นมีความสุขแม้ในยามที่สถานการณ์ของตนเอง
  ก็ไม่ได้ต่างออกไปนัก การแบ่งปันความทุกข์ก็จะได้รับความทุกข์กลับมา
 แต่การแบ่งปันความสุขให้แก่กันและกันนั่นสิ จะได้รับความสุขกลับมาเป็นเท่าทวี
 หากคุณต้องการมีความรู้สึกอุดมไปด้วยความชุ่มฉ่ำ
 ขอให้นับสิ่งต่างๆที่มีอยู่ซึ่งเงินทองไม่สามารถซื้อหาได้ และจงรักษามันไว้ให้ดีตลอดไป

 จงระลึกอยู่เสมอว่า Your Life is always Powerful ! ชีวิตของคุณเปี่ยมพลังอยู่แล้ว ถ้าคุณสรรหามัน

ขอให้ท่านรู้สึกได้ว่าชีวิตของท่านเปี่ยมพลังอยู่แล้ว จงใช้ชีวิตอย่าง เปี่ยมพลัง!!!

ด้วยรัก
พันโท ภูมิสิษฐ์ ชินบุตรวงศ์/อานันท์ ชินบุตร
www.anantpowerful.com

anantpowerful@yahoo.com

เส้นทางสู่ความสำเร็จ (สัมภาษณ์)

บทความ

 

 
 
www.anantpowerful.com